ไม่มีหมวดหมู่

หลวงปู่ทวน

หลวงปู่ทวน

ประวิติหลวงปู่ทวน “หลวงปู่ทวน ปุสสวโร” วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พระเถระผู้มีพุทธาคมเข้มขลัง ศิษย์สายตรงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่าแห่งถิ่นอีสาน ปัจจุบันสิริอายุ 109 ปี นามเดิม ทวน โสภา เกิดวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค.2451 ปีวอก ที่ ต.ชอนสารเดช อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พ.ศ.2466 บรรพชาอยู่กับหลวงพ่อทรัพย์ พระอุปัชฌาย์ วัดชอนสารเดช ได้ 1 ปี เดินทางไปปรนนิบัติรับใช้และฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคม พ.ศ.2471 อุปสมบทที่วัดเขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี มีหลวงปู่อ่ำ (พระเทพวรคุณ) วัดเขาพระงาม เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นออกธุดงค์ ฝากตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เสร็จแล้วเดินทางกลับวัดชอนสารเดช และลาสิกขาในเวลาต่อมา อุปสมบทครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2533 ที่วัดวังน้ำเย็น อ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี โดยมีพระธรรมญาณประยุกต์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังอุปสมบท ออกธุดงควัตรไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นเวลานาน 11 ปี ปฏิบัติกิจวิปัสสนากัมมัฏฐานตลอดเส้นทาง จนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) จนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อกวย

ประวัติหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร มีนามเดิมว่า กวย ปั้นสน เกิดเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๘ ปีมะเส็ง ณ หมู่บ้าน บ้านแค หมู่ ๙ ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เป็นบุตรของคุณพ่อ ตุ้ย ปั้นสน ซึ่งบ้านเดิมอยู่วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง มารดาชื่อคุณแม่ต่วน เดชมา เป็นคนบ้าน แค ท่านทั้งสองมีบุตรและธิดาด้วยกัน ๕ คน เด็กชายกวย เมื่อโตขึ้นมา โยมบิดาได้ส่งมาเรียนหนังสือกับหลวงปู่ขวด วัดบ้านแค หลังจากหลวงปู่ขวดก็มรณภาพ บิดามารดาจึงได้นำเด็กชายกวยมาเรียนหนังสือขอมต่อกับอาจารย์ดำ วัดหัวเด่น ซึ่งใกล้ ๆ กับวัดบ้านแค  หลังจากนั้นก็มาช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ ทำไร่ไถนาตามประสาอาชีพของทางครอบครัว ต่อมาเมื่อครบอายุบวช จึงเข้าอุปสมบท โดยมีพระอุปัชฌาย์ คือ พระชัยนาทมุนี มีหลวงพ่อปา วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เเละพระอาจารย์หริ่งเป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ เวลา ๑๕ นาฬิกา๑๗ นาที อายุ ๒๐ ปี ณ วัดโบสถ์ ต.โพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มีฉายาว่า ชุตินฺธโร แปลว่า "โลกนี้มีแต่ความวุ่นวายของโลก หนักไปด้วยกิเลส ตัณหาคือ โลภ โกรธ หลง ทั่งสิ้น ถ้าท่านผู้ใดตัดกิเลส ตัณหาได้ก็จะถึงซึ่งฝั่งพระนิพพาน" [...]

ประวัติหลวงปู่นาม

     ประวัติหลวงปู่นาม วัดน้อยชมภู่ พระ ครูสุวรรณศาสนคุณ" พระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมแห่งเมืองสุพรรณบุรี มีพลังจิตเข้มขลัง วิทยาคมแก่กล้า ชาวบ้านต่างเรียกขานนามท่านว่า "หลวงปู่ผู้เฒ่า" หรือหลวงปู่นาม หรือพระอุปัชฌาย์นาม ปัจจุบัน พระครูสุวรรณศาสนคุณ สิริอายุ 95 พรรษา (ในปี 2559) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้อยชมพู่ ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีนามเดิมว่า นาม  เกิดเมื่อปี พ.ศ.2464 เป็นชาวเมืองสุพรรณบุรีโดยกำเนิด สำหรับประวัติชื่อโยมบิดา-มารดา และประวัติในวัยเด็ก ไม่สามารถสืบค้นได้ แม้กระทั่งตัวหลวงปู่เองก็จำเหตุการณ์ในช่วงวัยเด็กไม่ค่อยได้ ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดบ้านกร่าง โดยมีพระเมธีธรรมสาร (ไสว) วัดบ้านกร่าง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระปลัดทวี (หลานหลวงพ่อมุ้ย) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ภายหลังอุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิทยาคมกับพระเมธีธรรมสาร (ไสว) วัดบ้านกร่าง พระอุปัชฌาย์ของท่าน ควบคู่กับการศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ไทยน้อย อักษรลาว ทำให้ท่านมีความรู้ทางด้านอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง ใน พรรษาที่ 4 ท่านได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดน้อยชมภู่ (เป็นวัด 2 วัดมารวมกัน วัดเก่ามาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คือ วัดน้อยกับวัดชมพู่ภู่ รวมกันเรียกว่า วัดน้อยชมภู่) วัดนี้มีพระเกจิชื่อดังมาแต่เดิม ทำน้ำพระพุทธมนต์ให้เจ้านายสมัยก่อน ท่านได้มาอยู่กับหลวงปู่ขำ เจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ หลวงปู่ขำ เป็นศิษย์ในสายหลวงพ่อเฒ่า วัดค้างคาว กับหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ต่อมา ท่านได้ไปอยู่กับหลวงปู่เหมือน ผู้เป็นศิษย์หลวงพ่อเนียม แห่งวัดน้อย และหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวง [...]

หลวงปู่เหลือง

ประวัติหลวงปู่เหลือง ฉนฺทาคโม หรือ พระราชปัญญาวิสารัท เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) ซึ่งพุทธศาสนิกชนรู้จักกันในนาม หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง ผู้เขียนขอถวายนามท่านว่า พระอรหันต์เจ้าผู้ติดดิน และเป็นพระดีศรีบุรีรัมย์ หลวงปู่เหลือง นับเป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ รวมถึง ท่านพ่อลี ธมฺมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง หลวงปู่เหลืองมีนามเดิมว่า ด.ช. เหลือง ทรงแก้ว ท่านเกิดในยามใกล้รุ่งของวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ที่บ้านนาตรัง หมู่ที่ 2 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นบุตรคนที่ 6 ของนายเที่ยง ทรงแก้ว และนางเบียน ทองเชิด หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว ต่อมาท่านได้ออกจาริกเดินตามหลังพระพี่ชายไปเมื่อตอนอายุ16 ปี พระพี่ชายทั้งสองคือพระครูสมุห์ฉัตร ธมฺมปาโล และพระอาจารย์สมุห์เสร็จ ญาณวุฑโฒ ซึ่งพระทั้งสองเป็นศิษย์หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “มือขวา”ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยทั้งหมดได้ออกธุดงค์ในปี พ.ศ. 2486 จากสุรินทร์ไปถึงนครราชสีมา ไปฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง หลังจากนั้นชีวิตของหลวงปู่เหลืองก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะท่านมีบุญได้พบครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระผู้สรุปอริยสัจ4 จนได้รับการขนานนามว่า เจ้าแห่งจิต นอกจากนั้นท่านยังได้มอบกายถวายใจเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร รวมทั้งได้พบและศึกษาธรรมกับท่านพ่อลี ธมฺมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี อีกด้วย หลวงปู่เหลืองเล่าถึงอดีตเมื่อครั้งที่ท่านไปกราบท่านพ่อลี ที่วัดป่าคลองกุ้งว่า “ตอนนั้นวัดป่าคลองกุ้งยังเป็นป่าอยู่ ต้นไม้ใหญ่ๆ มีศาลทำบุญไม้หนึ่งหลัง และกุฏิกรรมฐานเล็กๆ ตั้งอยู่ตามโคนต้นไม้ เงียบสงัด พระฉันแล้วก็เข้ากรรมฐานหมด ไม่เพ่นพ่านรุ่งเรืองเหมือนสมัยนี้ ไปพักอยู่กับท่าน 1 เดือน ...บอกกับท่านว่า จะขอธุดงค์ต่อไปทางบ่อไพลิน เข้าสู่แดนเขมร ท่านพ่อลีก็ห้าม เพราะตอนนั้นเป็นช่วงปลายสงครามโลก เหตุการณ์ยังไม่ปกติ เกรงจะเป็นอันตราย แต่พระอาจารย์ฉัตรพี่ชายก็จะขอไปให้ได้ ก็ต้องยอมผ่อนผันให้ไป ท่านพ่อลีเมตตาอาตมามากเพราะยังเป็นเด็ก กลัวจะลำบาก ท่านเลยบอกว่า จะให้คาถากันตัว สั่งให้ท่องไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเสือช้างอะไรทั้งสิ้น คาถาของท่านยังจำได้จนถึงบัดนี้ว่า นะบัง โมบัง พุทโธบังหน้า ธัมโมบังหลัง” หลวงปู่เหลืองเล่าต่อไปว่า สภาพบ้านเมืองในขณะนั้น [...]

พระมหาสุรศักดิ์

      ประวัติพระมหาสุรศักดิ์ อติสกโข น.ธ. เอก ป.ธ. 5 เจ้าอาวาส วัดประดู่ พระอารามหลวง เจ้าคณะตำบล วัดประดู่ ต. วัดประดู่ อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม อายุ 54ปี (ในปี 2559) ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2504 โยมบิดาชื่อ นาย ประสิทธิ์ โยมมารดาชื่อ นาง บุญเรือง อยู่กำเหนิด เรียนจบชั้น ม.ศ. 3 มีความชำนาญด้านศิลปกรรม งานประฏิมากรรม ( งานปั้น ) หลวงพ่อพระมหาสุรศักด์ ท่านได้บรรพชา ( บวชเป็นสามเณร )ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2519ที่วัดปัจจันตาราม จ. สมุทรสาคร โดยมี พระครูสมุทรธรรมสุนทร( หลวงพ่อ สุด วัดกาหลง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมา หลวงพ่อ พระมหาสุรศักดิ์ ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 ที่ วัดปัจจันตาราม โดยมีสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กทม. เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา อติสกโข หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและตั้งใจเรียนภาษาบาลีไวยกรณ์จน พ.ศ. 2519 ก็สามารถสอบนักธรรมตรีได้ [...]

หลวงปู่หงษ์

                ประวัติพระครูปราสาทพรหมคุณ (หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ) แห่งสุสานทุ่งมน เจ้าอาวาสวัดเพชรบุรี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่า ชื่อเดิม คือ สุวรรณหงษ์ จะมัวดี เป็นชาว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยท่านมีความขยันหมั่นเพียร กตัญญู กตเวทีต่อบิดามารดา ช่วยทำนาด้วยความวิริยะอดทน จนเมื่ออายุได้ 18 ปี จึงบรรพชาและเทศน์สอนญาติโยม กระทั่งอายุ 20 ปี ก็ทำการอุปสมบทเป็นพระสงฆ์และได้รับฉายา “พรหมปัญโญ” ซึ่งแปลว่า ผู้มีปัญญาดุจพรหม                 หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หมั่นเพียรศึกษาพระปริยัติธรรมและจดท่องจำแม่นยำ นอกจากนี้ยังใฝ่หาความรู้เสมอ โดยเพียรศึกษากับครูบาอาจารย์อย่างไม่ลดละและเคยเดินธุดงค์ข้ามไปถึงประเทศกัมพูชา เมื่อหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ได้รับการประสิทธิประสาทสรรพวิชา ทั้งเวทมนตร์และคาถาต่าง ๆ จนมีอาคมแก่กล้า ก็มีญาติโยมที่ประเทศกัมพูชานิมนต์ท่านไปประกอบพิธีอย่างต่อเนื่อง                 นอกจากนี้ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ยังนับเป็นพระเถระที่มีอายุพรรษาสูงที่สุดรูปหนึ่งของแดนอีสานใต้ เพราะหลังจากบวชเมื่ออายุ 20 ปี ท่านอยู่ในสมณเพศและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด เช่น มักให้พรแผ่เมตตาและปล่อยสัตว์ทุกชนิด พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมสร้างฝายน้ำล้นและปลูกป่า ควบคู่กับการอบรมสั่งสอนให้ทุกคนยึดถือในศีลห้า ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ [...]

ประวัติหลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่

         หลวงพ่อสิน เป็นพระเกจิชื่อดังแห่งภาคตะวันออก เป็นศิษย์สืบสายธรรมของหลวงปู่เพ่ง สาสโน อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ และหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก          ปัจจุบัน หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร สิริอายุ 88 ปี (ในปี 2559) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง มีนามเดิมว่า สิน สุขมาก เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2471 ปีมะโรง ณ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเซี้ย และนางจัน สุขมาก ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา ชีวิตในวัยเด็ก เป็นคนที่เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน ที่วันๆ เอาแต่วิ่งเล่นสนุกสนาน กระทั่งอายุย่าง 20 ปี ได้เข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ ครั้นเมื่ออายุ 24 ปี ท่านได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2494 เวลา 15.30 น. ณ อุโบสถวัดละหารไร่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยมีพระครู วิจิตรธรรมานุวัต (หลวงพ่อรัตน์) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเพ่ง สาสโน เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระครูเกลี้ยง [...]

ประวัติหลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน

        หลวงปู่แย้ม ชื่อและสกุลเดิมคือ "แย้ม ปราณี" เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๕๙ ที่ ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร บิดาชื่อ "เพิ่ม" มารดาชื่อ "เจิม" อายุครบ ๒๐ ปี อุปสมบทตามประเพณี และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้มารดาที่ล่วงลับไปแล้ว ที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ มีพระครูคณาสุนทรนุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการเหลือ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ปิยวณฺโณ" พรรษาที่ ๒ หลวงพ่ออาพาธหนัก ต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านด้วยยาต้มแผนโบราณ หายดีแล้วจึงกลับไปอยู่วัดตามเดิม ต่อมาท่านจึงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจนแตกฉาน รักษาชาวบ้านจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ประมาณพรรษาที่ ๑๐ หลังจากเรียนคาถามาจากหลวงพ่อสาย วัดหนองสองห้อง จ.สมุทรสาคร ท่านบอกว่าใช้เวลาเรียนไม่นาน เนื่องจากวิชาที่เรียนมีมาก จึงเลือกเรียนเพียงบางวิชาเท่านั้น ถ้าเรียนทุกอย่างคงไม่ไหว เพราะวิชามีเยอะแยะ ท่านจึงเลือกเรียนวิชาทำตะกรุด เพราะเอาไว้ป้องกัน และรักษาตัวจากภยันตราย วัดตะเคียนเมื่อสมัยก่อนเป็นป่าสวนส้มเขียวหวานเกือบทั้งหมด ถนนหนทางไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ ส่วนวัตถุมงคลที่ขึ้นชื่อของท่าน  มีหลายอย่างเช่น พระขุนแผนยอดขุนพล  พระขุนแผนใบบัว เสือปืนแตก และตะกรุดคลองตะเคียน โดยท่านได้จารยันต์ คาถาพระเจ้า 5 พระองค์ หรือเรียกว่า "แม่ธาตุใหญ่" ซึ่งมีพุทธคุณเหนือยันต์ทั้งปวงลงในตะกรุด รวมทั้งความเชื่อสืบต่อกันว่า ผู้ใดที่ท่องหรือบริกรรม พระคาถาบทนี้ด้วยจิตอันสงบ และมั่นคงแล้ว จะมีพุทธคุณคุ้มครองครอบจักรวาล  หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ มีพุทธคุณครบทุกด้าน เช่น เมตตามหานิยม แคล้วคลาดป้องกันภัย มหาเสน่ห์ มหาอุด รวมทั้งไล่ภูตผี และใช้กันเสนียดจัญไรได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังมียันต์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งอาจจะเรียกว่า [...]

ประวัติหลวงปู่แย้ม วัดสามง่าม

      หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต ปัจจุบันอายุ 101 ปี (ในปี 2559) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ท่านเกิดวันที่ 5 มกราคม พศ. 2458 ในสกุล เดชมาก อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 ต.ดอนตูม อ.บางเลน จ.นครปฐม โยมบิดาชื่อนายแหยม โยมมารดาชื่อนางวงษ์ เดชมาก  หลวงพ่อแย้มท่านอุปสมบทเป็นเณร และพระภิกษุ ณ.วัดวามง่าม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พศ.2481 โดยมีหลวงปู่สุข ปทุมสุวณโณ วัดห้วยจระเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์,พระอธิการเต๋ คงทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี พร้อมกันนี้ได้ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน เล่าเรียนวิทยาอาคม เรียนเขียนอ่านอักขระขอมโบราณ ยันต์ต่างๆ โหราศาสตร์ และแพทย์แผนโบราณ โดยมีหลวงพ่อเต๋ คงทอง เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทางอาคมจนสำเร็จครบถ้วน เปี่ยมด้วยภูมิรู้ภูมิธรรม ในวัยหนุ่มท่านชอบออกท่องธุดงควัตรตามป่าเขาลำเนาไพรแสวงหาความวิเวกในการปฏิบัติธรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาคม จากครูบาอาจารย์สำนักต่างๆมากมาย เช่นหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา ฯลฯ ท่านได้แบ่งเบาภารกิจของหลวงพ่อเต๋ ผู้เป็นอาจารย์ ด้วยการเป็นศิษย์รับใช้ใกล้ชิด จนได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดสามง่าม และเจริญรอยตามครูบาอาจารย์ทุกประการทั้งในด้านการพัฒนาชุมชน ทางด้านกิจของสงฆ์ต่างๆมากมายตราบจนทุกวันนี้       หลวงพ่อแย้ม เป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และวัตถุบูชาที่นิยมสูงสุดนั่นคือ กุมารทอง ท่านได้เล่าเรียนสืบทอด วิชามาจาก "เทพเจ้าแห่งดอนตูม" นาม "หลวงพ่อเต๋ คงทอง" อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง [...]

ประวัติหลวงปู่มีชัย วัดปราการชัยพัฒนาราม (วัดพระชรา)

         หลวงปู่มีชัย เกิดวันที่ 9 ตุลาคม 2479 ภูมิลำเนาบ้านจันรม อ.เมืองสุรินทร์ บิดา-มารดาชื่อ นายลอย นางไมย์ ตรงเที่ยง หลวงปู่มีชัย เป็นลูกคนที่ 7 ในจำนวนพี่น้อง 9 คน อายุ 22 ปี  อุปสมบทที่ วัดศรีจันทร์ โดยมี พระครูเสน รตนฺโชโต เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชได้ 2  ปี ลาสิกขา มาประกอบอาชีพ สมรสกับ นางสำอาง มีลูกสืบสกุล 5 คน ปี 2528 อุปสมบท (บวชหน้าไฟ) ถวายแด่ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ที่วัดป่าไตรวิเวก โดยมี พระครูโอภาส หลวงปู่เปลี่ยน โอภาสี เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาที่ วัดบวรสังคาราม ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน กับ หลวงพ่อคืน 3 เดือน ไปนมัสการ  หลวงปู่เทศก์ เทศก์รังสี  วัดหินหมากเป้ง เพื่อสนทนาธรรม ปี 2529 ไปธุดงค์ตามคำชี้แนะของ หลวงปู่เทศก์ เพื่อแสวงหาที่วิเวก ตามเส้นทางลำน้ำโขง ในพื้นที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.น่าน ข้ามไปฝั่งประเทศพม่า ปี 2530 ไปธุดงค์ในพื้นที่ [...]