Blog

หลวงปู่หลิน

ประวัติหลวงปู่หลิน

มีนามเดิมว่า นายถวิล พุฒป่า เกิดที่บ้านหนองบัว ตำบลทุ่งมน อำเภอเขื่อนคำแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นจังหวัดยโสธรโดยท่านเป็นลูกชาวนา เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เมษายน 2481 ขึ้น 3 ค่ำ 4 ปีขาล การศึกษาของหลวงปู่ ท่านจบชั้น ป.4 ในสมัยนั้นถือว่าสูงมาก พอจบออกมา หลวงปู่ก็ได้ ช่วยพ่อแม่ทำงาน ทำไร่ทำสวนตามปกติ จนหลวงปู่อายุได้ 14 ปี เป็นวันที่ชีวิต ของเด็กอายุ 14 พลิกผัน ท่านได้ออกจากบ้าน หายตัวไปโดยไม่มีใครรู้ได้ว่า ท่านไปไหน อยู่ยังไง ไปกับใคร ท่านหายไปเป็นเวลา 26 ปี จนพ่อแม่และญาติพี่น้อง คิดว่าท่านเสียชีวิตแล้ว ก็เลยพากันทำบุญ ทางอีสานเรียกว่าแจกข้าวหา ในระหว่างที่ทุกคนกำลังทำบุญหาท่าน ปรากฏว่า ท่านกลับมาวันนั้น แบบที่ไม่มีใครคาดคิด ญาติพี่น้องต่างงง ก็เลยถามท่านว่า ช่วงที่หายไป ไปอยู่ไหนมา ไปทำอะไร หลวงปู่จึงเล่าให้ฟังว่า วันที่ท่านหายไป ท่านได้เห็นชายแก่ผมขาว แต่งชุดขาว มาบอกท่านว่าจะพาไปเรียนวิชา เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ท่านจึงเดินตามออกไป และท่านก็ได้ไปเรียนวิชาตามที่ต่างๆ และฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลายสำนัก ทั้งพระทั้งฆราวาส ต่างๆ จนสำเร็จมาหลายวิชา อาจารย์ที่หลวงปู่ได้เรียนวิชาด้วย มี 1.หลวงปู่โต วัดถ้ำเขาพระกู จ.ลพบุรี.บ้านหมี่ 2.อ.เหลือ กุมารทอง บ้านปากดง จ.ราชบุรี 3.อ.เยื่อ น้องของอาจารย์เหลือ ฆราวาส จ.ราชบุรี 4.เกจิเขมร..หลวงปู่ไม่ขอเอ่ยนาม 5.สายกรรมฐานเคยอยู่กับหลวงปู่จาม 6.แลกเปลี่ยนวิชากับหลวงปู่ทา ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น แลกเปลี่ยนวิชากับ ญาท่านขาน วัดหนองอ้อ จ.มุกดาหาร [...]

หลวงปู่เฮง

ประวัติ หลวงปู่เฮง ปภาโส วัดบ้านด่านช่องจอม

"หลวงปู่เฮง ปภาโส" วัดบ้านด่านช่องจอม (วัดพัฒนาธรรมาราม) อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พ่อแม่เป็นชาวกัมพูชาโดยกำเนิด ได้อพยพมาอยู่ประเทศไทยในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองประเทศกัมพูชา ได้มาอยู่หมู่บ้านปราสาท ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพทำนาทำสวน สมรสมีบุตรด้วยกัน ๑๓ คน (หลวงปู่เฮง ปภาโส) เป็นบุตรคนที่ ๗ เกิดปีเถาะ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๐ ที่หมู่บ้านปราสาท ในวัยเด็ก อายุประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ออกบวชเป็นสามเณรและธุดงค์ตามป่าเขาไปกับพระอาจารย์เฉิด ธมฺมกโร พ.ศ.๒๔๙๕ ได้กลับมาที่ จ.จันทบุรี อยู่ระยะหนึ่งก็ได้บวชอยู่กับหลวงพ่อคง สุวณฺโณ ที่วัดวังสรรพรส ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี  หลวงพ่อคงได้ถ่ายทอดวิทยาคม อักขระเลขยันต์ ภาษาขอม เขียนผงลบผง สักยันต์ และคาถาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะคาถาคงกระพันชาตรี ย่นระยะทาง มุ่งมั่นศึกษาจนมีความชำนาญ กระทั่งหลวงพ่อคงไว้ใจให้เขียนยันต์ อักขระแทน และเข้าร่วมปลุกเสกด้วย พ.ศ.2532 หลวงพ่อคงมรณภาพ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดวังสรรพรสแทน แต่อยู่ได้เพียง 6 พรรษา ก็ขอลาออกและธุดงค์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลับมาบ้านเกิดอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จนถึงปัจจุบัน และสืบทอดพุทธาคมของหลวงพ่อคง  เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวอีสานใต้และชาวกัมพูชาแถบชายแดน ให้ความเลื่อมใสศรัทธา ด้วยเป็นพระที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ยามได้รับกิจนิมนต์ไปงานบุญต่างๆ ไม่เคยปฏิเสธ แม้ว่าอายุจะย่างเข้าสู่วัยชราและมีปัญหาด้านสุขภาพตามวัย ส่วนกิจนิมนต์ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลตามวัดต่างๆ ท่านต้อง เดินทางเข้าร่วมพิธีเสมอ แม้จะไกลหรือจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ก็มีความสุขที่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ศิษย์ผู้คอยดูแลปรนนิบัติก็ไม่สามารถ ทัดทานได้ ด้านวัตถุมงคลที่อธิษฐานจิตปลุกเสกนั้น ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์เล่าขาน ทำให้บรรดานักสะสมนิยมพระเครื่องวัตถุมงคลต่างเสาะแสวงหามาบูชาครอบครองติดตัว “หลวงปู่เฮง ปภาโส” เจ้าอาวาสวัดบ้านด่านช่องจอม (วัดพัฒนาธรรมาราม)  [...]

หลวงปู่สอ

ประวัติ  หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี

 “หลวงปู่สอ ขันติโก” วัดโพธิ์ศรี ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง เป็นศิษย์สืบสายธรรม หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พระเกจิ อาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มน้ำสองฝั่งโขงไทย-ลาว พระเกจิผู้นำในการสร้างพระธาตุท่าอุเทน และพระธาตุบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ปัจจุบัน สิริอายุ 113 ปี มีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ.2448 ตามคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ ระบุว่า ท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวบ้าน บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ครอบครัวมีพี่น้องร่วมกัน 6 คน เมื่อแรกเกิด แม่ของท่านบอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอ จะได้บวช ส่วนชีวิตในวัยเด็ก เป็นคนที่เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน มีโอกาสเข้ากราบนมัสการหลวงปู่สีทัตถ์ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงขอติดตามไปยัง ภูเขาควายฝั่งลาวและได้บวชเป็นสามเณร คอยรับใช้อุปัฏฐากเล่าเรียนสรรพวิชาต่างๆ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท มีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่รับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่สีทัตถ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามป่าเขา ถ้ำภูผาต่างๆ จนได้ทราบข่าวอาการ ป่วยของมารดา ในขณะนั้นหลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงลาสิกขาออกมาดูแลจนถึงวาระสุดท้าย ในเวลาต่อมา [...]

อาแปะโรงสี

ประวัติ อาแปะโรงสี(อาจารย์โง้วกิมโคย)

"แปะโรงสี" หรือ ท่านอาจารย์โง้วกิมโคย บางทีอาจจะเรียก “เถ้าแก่กิมเคย” และ “แปะกิมเคย” แม้ท่านจะเป็นคนจีนดั้งเดิม แต่ท่านก็ชอบกินหมากพลูเช่นชาวไทยทั่วไปในยุคนั้น หน้าวัดศาลเจ้า ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ มีผู้ที่ศรัทธาจากแหล่งต่างๆ มาพบท่านและให้ท่านช่วยเหลือ ชี้แนะเกี่ยวกับฮวงจุ้ย ที่ตั้งบริษัท บ้าน ห้างร้าน และดูทำเลที่ตั้งฮวงซุ้ยของบรรพบุรุษ ท่านก็ไปให้คำแนะนำ และชี้แนะทุกรายไป แม้กระทั่งไปยังต่างประเทศ ท่านก็ยังขึ้นเครื่องบินไปตามคำร้องขอ ซึ่งต้องจัดเตรียมหมากพลูไปด้วย ท่านช่วยเหลือบรรดาศิษย์ทุกๆ คน โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ผู้ที่ท่านชี้แนะมักประสบความสำเร็จในธุรกิจ กิจการรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักในวงการค้าทั่วไป พร้อมทั้งบอกเล่าต่อๆ กันไป ผู้ที่เคารพศรัทธาเรียกท่านว่า “อาแปะ” พร้อมทั้งขนานนามท่านว่า “เซียนแปะ” จนกระทั่งทุกวันนี้ อาแปะโรงสี อาจารย์ฆราวาสผู้ได้รับการขนานนามว่า “เซียนแปะโรงสี” เชื่อกันว่าท่านมีองค์ประทับอยู่ซึ่งก็คือเจ้าพ่อปู่ของศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า โดยในงานประจำปีท่านจะจุดธูปเพื่อปัดเป่าลมฝน ซึ่งฝนก็จะไม่ตกและท้องฟ้าแจ่มใส อาจารย์โง้วกิมโคยท่านมีลูกศิษย์มากมายโดยเฉพาะในหมู่พ่อค้า บรรดาผู้คนจากที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศพากันมาหาท่านเพื่อขอคำชี้แนะเกียวกับฮวงจุ้ยและทำเลที่ตั้ง ซึ่งผู้ที่ท่านชี้แนะจะประสพความสำเร็จ กิจการรุ่งเรื่อง และเป็นที่รู้จักในวงการค้า เล่ากันว่าแม้แต่เจ้าสัวซีพียังห้อยเหรียญของท่านติดตัวตลอดเวลา (เหรียญรุ่นแรกของท่านบริษัทซีพีเป็นผู้สร้างถวาย) ยันต์ฟ้าประทานพรนี้เป็นยันต์ประจำตัวของท่านอาจารย์ กล่าวกันว่าผู้ใดพกพาหรือติดตั้งอยู่ในสถานที่ใดจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง นำพาโชคลาภเงินทอง รวมถึงสามารถใช้แก้ฮวงจุ้ยเสริมดวง นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อทางด้านกันไฟและสิ่งไม่ดีทุกชนิด ความหมายของผ้ายันต์อาแปะโรงสี 1 กา พกพาติดตัวปรับฮวงจุ้ยชีวิต บุกเบิกฟันฝ่า สร้างเนื้อสร้างตัว ก่อรากฐานชีวิต เอาติดที่ประตูบ้าน 2 ข้างแบบกุ้ยนั่ง รับแรงประทะ โดยมีกาใหญ่ ๆ เป็นประธานในบ้าน เช่น 5 6 7 8 9 10 15 18 [...]

หลวงปู่ทวน

หลวงปู่ทวน

ประวิติหลวงปู่ทวน “หลวงปู่ทวน ปุสสวโร” วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พระเถระผู้มีพุทธาคมเข้มขลัง ศิษย์สายตรงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่าแห่งถิ่นอีสาน ปัจจุบันสิริอายุ 109 ปี นามเดิม ทวน โสภา เกิดวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค.2451 ปีวอก ที่ ต.ชอนสารเดช อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พ.ศ.2466 บรรพชาอยู่กับหลวงพ่อทรัพย์ พระอุปัชฌาย์ วัดชอนสารเดช ได้ 1 ปี เดินทางไปปรนนิบัติรับใช้และฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคม พ.ศ.2471 อุปสมบทที่วัดเขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี มีหลวงปู่อ่ำ (พระเทพวรคุณ) วัดเขาพระงาม เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นออกธุดงค์ ฝากตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เสร็จแล้วเดินทางกลับวัดชอนสารเดช และลาสิกขาในเวลาต่อมา อุปสมบทครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2533 ที่วัดวังน้ำเย็น อ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี โดยมีพระธรรมญาณประยุกต์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังอุปสมบท ออกธุดงควัตรไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นเวลานาน 11 ปี ปฏิบัติกิจวิปัสสนากัมมัฏฐานตลอดเส้นทาง จนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดจันทคุณาราม (วัดโป่งยาง) จนถึงปัจจุบัน

หลวงพ่อกวย

ประวัติหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร มีนามเดิมว่า กวย ปั้นสน เกิดเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๘ ปีมะเส็ง ณ หมู่บ้าน บ้านแค หมู่ ๙ ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เป็นบุตรของคุณพ่อ ตุ้ย ปั้นสน ซึ่งบ้านเดิมอยู่วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง มารดาชื่อคุณแม่ต่วน เดชมา เป็นคนบ้าน แค ท่านทั้งสองมีบุตรและธิดาด้วยกัน ๕ คน เด็กชายกวย เมื่อโตขึ้นมา โยมบิดาได้ส่งมาเรียนหนังสือกับหลวงปู่ขวด วัดบ้านแค หลังจากหลวงปู่ขวดก็มรณภาพ บิดามารดาจึงได้นำเด็กชายกวยมาเรียนหนังสือขอมต่อกับอาจารย์ดำ วัดหัวเด่น ซึ่งใกล้ ๆ กับวัดบ้านแค  หลังจากนั้นก็มาช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ ทำไร่ไถนาตามประสาอาชีพของทางครอบครัว ต่อมาเมื่อครบอายุบวช จึงเข้าอุปสมบท โดยมีพระอุปัชฌาย์ คือ พระชัยนาทมุนี มีหลวงพ่อปา วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เเละพระอาจารย์หริ่งเป็นอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ ๕ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ เวลา ๑๕ นาฬิกา๑๗ นาที อายุ ๒๐ ปี ณ วัดโบสถ์ ต.โพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท มีฉายาว่า ชุตินฺธโร แปลว่า "โลกนี้มีแต่ความวุ่นวายของโลก หนักไปด้วยกิเลส ตัณหาคือ โลภ โกรธ หลง ทั่งสิ้น ถ้าท่านผู้ใดตัดกิเลส ตัณหาได้ก็จะถึงซึ่งฝั่งพระนิพพาน" [...]

ประวัติหลวงปู่นาม

     ประวัติหลวงปู่นาม วัดน้อยชมภู่ พระ ครูสุวรรณศาสนคุณ" พระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมแห่งเมืองสุพรรณบุรี มีพลังจิตเข้มขลัง วิทยาคมแก่กล้า ชาวบ้านต่างเรียกขานนามท่านว่า "หลวงปู่ผู้เฒ่า" หรือหลวงปู่นาม หรือพระอุปัชฌาย์นาม ปัจจุบัน พระครูสุวรรณศาสนคุณ สิริอายุ 95 พรรษา (ในปี 2559) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้อยชมพู่ ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีนามเดิมว่า นาม  เกิดเมื่อปี พ.ศ.2464 เป็นชาวเมืองสุพรรณบุรีโดยกำเนิด สำหรับประวัติชื่อโยมบิดา-มารดา และประวัติในวัยเด็ก ไม่สามารถสืบค้นได้ แม้กระทั่งตัวหลวงปู่เองก็จำเหตุการณ์ในช่วงวัยเด็กไม่ค่อยได้ ท่าน ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่ออายุ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดบ้านกร่าง โดยมีพระเมธีธรรมสาร (ไสว) วัดบ้านกร่าง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระปลัดทวี (หลานหลวงพ่อมุ้ย) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ภายหลังอุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิทยาคมกับพระเมธีธรรมสาร (ไสว) วัดบ้านกร่าง พระอุปัชฌาย์ของท่าน ควบคู่กับการศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ไทยน้อย อักษรลาว ทำให้ท่านมีความรู้ทางด้านอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง ใน พรรษาที่ 4 ท่านได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดน้อยชมภู่ (เป็นวัด 2 วัดมารวมกัน วัดเก่ามาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา คือ วัดน้อยกับวัดชมพู่ภู่ รวมกันเรียกว่า วัดน้อยชมภู่) วัดนี้มีพระเกจิชื่อดังมาแต่เดิม ทำน้ำพระพุทธมนต์ให้เจ้านายสมัยก่อน ท่านได้มาอยู่กับหลวงปู่ขำ เจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ หลวงปู่ขำ เป็นศิษย์ในสายหลวงพ่อเฒ่า วัดค้างคาว กับหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ต่อมา ท่านได้ไปอยู่กับหลวงปู่เหมือน ผู้เป็นศิษย์หลวงพ่อเนียม แห่งวัดน้อย และหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวง [...]

หลวงปู่เหลือง

ประวัติหลวงปู่เหลือง ฉนฺทาคโม หรือ พระราชปัญญาวิสารัท เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) ซึ่งพุทธศาสนิกชนรู้จักกันในนาม หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง ผู้เขียนขอถวายนามท่านว่า พระอรหันต์เจ้าผู้ติดดิน และเป็นพระดีศรีบุรีรัมย์ หลวงปู่เหลือง นับเป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ รวมถึง ท่านพ่อลี ธมฺมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง หลวงปู่เหลืองมีนามเดิมว่า ด.ช. เหลือง ทรงแก้ว ท่านเกิดในยามใกล้รุ่งของวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ที่บ้านนาตรัง หมู่ที่ 2 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นบุตรคนที่ 6 ของนายเที่ยง ทรงแก้ว และนางเบียน ทองเชิด หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว ต่อมาท่านได้ออกจาริกเดินตามหลังพระพี่ชายไปเมื่อตอนอายุ16 ปี พระพี่ชายทั้งสองคือพระครูสมุห์ฉัตร ธมฺมปาโล และพระอาจารย์สมุห์เสร็จ ญาณวุฑโฒ ซึ่งพระทั้งสองเป็นศิษย์หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “มือขวา”ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยทั้งหมดได้ออกธุดงค์ในปี พ.ศ. 2486 จากสุรินทร์ไปถึงนครราชสีมา ไปฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง หลังจากนั้นชีวิตของหลวงปู่เหลืองก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะท่านมีบุญได้พบครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระผู้สรุปอริยสัจ4 จนได้รับการขนานนามว่า เจ้าแห่งจิต นอกจากนั้นท่านยังได้มอบกายถวายใจเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร รวมทั้งได้พบและศึกษาธรรมกับท่านพ่อลี ธมฺมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี อีกด้วย หลวงปู่เหลืองเล่าถึงอดีตเมื่อครั้งที่ท่านไปกราบท่านพ่อลี ที่วัดป่าคลองกุ้งว่า “ตอนนั้นวัดป่าคลองกุ้งยังเป็นป่าอยู่ ต้นไม้ใหญ่ๆ มีศาลทำบุญไม้หนึ่งหลัง และกุฏิกรรมฐานเล็กๆ ตั้งอยู่ตามโคนต้นไม้ เงียบสงัด พระฉันแล้วก็เข้ากรรมฐานหมด ไม่เพ่นพ่านรุ่งเรืองเหมือนสมัยนี้ ไปพักอยู่กับท่าน 1 เดือน ...บอกกับท่านว่า จะขอธุดงค์ต่อไปทางบ่อไพลิน เข้าสู่แดนเขมร ท่านพ่อลีก็ห้าม เพราะตอนนั้นเป็นช่วงปลายสงครามโลก เหตุการณ์ยังไม่ปกติ เกรงจะเป็นอันตราย แต่พระอาจารย์ฉัตรพี่ชายก็จะขอไปให้ได้ ก็ต้องยอมผ่อนผันให้ไป ท่านพ่อลีเมตตาอาตมามากเพราะยังเป็นเด็ก กลัวจะลำบาก ท่านเลยบอกว่า จะให้คาถากันตัว สั่งให้ท่องไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวเสือช้างอะไรทั้งสิ้น คาถาของท่านยังจำได้จนถึงบัดนี้ว่า นะบัง โมบัง พุทโธบังหน้า ธัมโมบังหลัง” หลวงปู่เหลืองเล่าต่อไปว่า สภาพบ้านเมืองในขณะนั้น [...]

พระมหาสุรศักดิ์

      ประวัติพระมหาสุรศักดิ์ อติสกโข น.ธ. เอก ป.ธ. 5 เจ้าอาวาส วัดประดู่ พระอารามหลวง เจ้าคณะตำบล วัดประดู่ ต. วัดประดู่ อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม อายุ 54ปี (ในปี 2559) ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2504 โยมบิดาชื่อ นาย ประสิทธิ์ โยมมารดาชื่อ นาง บุญเรือง อยู่กำเหนิด เรียนจบชั้น ม.ศ. 3 มีความชำนาญด้านศิลปกรรม งานประฏิมากรรม ( งานปั้น ) หลวงพ่อพระมหาสุรศักด์ ท่านได้บรรพชา ( บวชเป็นสามเณร )ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2519ที่วัดปัจจันตาราม จ. สมุทรสาคร โดยมี พระครูสมุทรธรรมสุนทร( หลวงพ่อ สุด วัดกาหลง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมา หลวงพ่อ พระมหาสุรศักดิ์ ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 ที่ วัดปัจจันตาราม โดยมีสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กทม. เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา อติสกโข หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและตั้งใจเรียนภาษาบาลีไวยกรณ์จน พ.ศ. 2519 ก็สามารถสอบนักธรรมตรีได้ [...]

หลวงปู่หงษ์

                ประวัติพระครูปราสาทพรหมคุณ (หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ) แห่งสุสานทุ่งมน เจ้าอาวาสวัดเพชรบุรี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่า ชื่อเดิม คือ สุวรรณหงษ์ จะมัวดี เป็นชาว อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยท่านมีความขยันหมั่นเพียร กตัญญู กตเวทีต่อบิดามารดา ช่วยทำนาด้วยความวิริยะอดทน จนเมื่ออายุได้ 18 ปี จึงบรรพชาและเทศน์สอนญาติโยม กระทั่งอายุ 20 ปี ก็ทำการอุปสมบทเป็นพระสงฆ์และได้รับฉายา “พรหมปัญโญ” ซึ่งแปลว่า ผู้มีปัญญาดุจพรหม                 หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หมั่นเพียรศึกษาพระปริยัติธรรมและจดท่องจำแม่นยำ นอกจากนี้ยังใฝ่หาความรู้เสมอ โดยเพียรศึกษากับครูบาอาจารย์อย่างไม่ลดละและเคยเดินธุดงค์ข้ามไปถึงประเทศกัมพูชา เมื่อหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ได้รับการประสิทธิประสาทสรรพวิชา ทั้งเวทมนตร์และคาถาต่าง ๆ จนมีอาคมแก่กล้า ก็มีญาติโยมที่ประเทศกัมพูชานิมนต์ท่านไปประกอบพิธีอย่างต่อเนื่อง                 นอกจากนี้ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ยังนับเป็นพระเถระที่มีอายุพรรษาสูงที่สุดรูปหนึ่งของแดนอีสานใต้ เพราะหลังจากบวชเมื่ออายุ 20 ปี ท่านอยู่ในสมณเพศและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด เช่น มักให้พรแผ่เมตตาและปล่อยสัตว์ทุกชนิด พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมสร้างฝายน้ำล้นและปลูกป่า ควบคู่กับการอบรมสั่งสอนให้ทุกคนยึดถือในศีลห้า ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ [...]