Monthly Archives - มีนาคม 2019

หลวงปู่เฮง

ประวัติ หลวงปู่เฮง ปภาโส วัดบ้านด่านช่องจอม

"หลวงปู่เฮง ปภาโส" วัดบ้านด่านช่องจอม (วัดพัฒนาธรรมาราม) อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พ่อแม่เป็นชาวกัมพูชาโดยกำเนิด ได้อพยพมาอยู่ประเทศไทยในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองประเทศกัมพูชา ได้มาอยู่หมู่บ้านปราสาท ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพทำนาทำสวน สมรสมีบุตรด้วยกัน ๑๓ คน (หลวงปู่เฮง ปภาโส) เป็นบุตรคนที่ ๗ เกิดปีเถาะ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๐ ที่หมู่บ้านปราสาท ในวัยเด็ก อายุประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ออกบวชเป็นสามเณรและธุดงค์ตามป่าเขาไปกับพระอาจารย์เฉิด ธมฺมกโร พ.ศ.๒๔๙๕ ได้กลับมาที่ จ.จันทบุรี อยู่ระยะหนึ่งก็ได้บวชอยู่กับหลวงพ่อคง สุวณฺโณ ที่วัดวังสรรพรส ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี  หลวงพ่อคงได้ถ่ายทอดวิทยาคม อักขระเลขยันต์ ภาษาขอม เขียนผงลบผง สักยันต์ และคาถาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะคาถาคงกระพันชาตรี ย่นระยะทาง มุ่งมั่นศึกษาจนมีความชำนาญ กระทั่งหลวงพ่อคงไว้ใจให้เขียนยันต์ อักขระแทน และเข้าร่วมปลุกเสกด้วย พ.ศ.2532 หลวงพ่อคงมรณภาพ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดวังสรรพรสแทน แต่อยู่ได้เพียง 6 พรรษา ก็ขอลาออกและธุดงค์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลับมาบ้านเกิดอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จนถึงปัจจุบัน และสืบทอดพุทธาคมของหลวงพ่อคง  เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวอีสานใต้และชาวกัมพูชาแถบชายแดน ให้ความเลื่อมใสศรัทธา ด้วยเป็นพระที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ยามได้รับกิจนิมนต์ไปงานบุญต่างๆ ไม่เคยปฏิเสธ แม้ว่าอายุจะย่างเข้าสู่วัยชราและมีปัญหาด้านสุขภาพตามวัย ส่วนกิจนิมนต์ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลตามวัดต่างๆ ท่านต้อง เดินทางเข้าร่วมพิธีเสมอ แม้จะไกลหรือจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ก็มีความสุขที่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น ศิษย์ผู้คอยดูแลปรนนิบัติก็ไม่สามารถ ทัดทานได้ ด้านวัตถุมงคลที่อธิษฐานจิตปลุกเสกนั้น ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์เล่าขาน ทำให้บรรดานักสะสมนิยมพระเครื่องวัตถุมงคลต่างเสาะแสวงหามาบูชาครอบครองติดตัว “หลวงปู่เฮง ปภาโส” เจ้าอาวาสวัดบ้านด่านช่องจอม (วัดพัฒนาธรรมาราม)  [...]

หลวงปู่สอ

ประวัติ  หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี

 “หลวงปู่สอ ขันติโก” วัดโพธิ์ศรี ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง เป็นศิษย์สืบสายธรรม หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พระเกจิ อาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มน้ำสองฝั่งโขงไทย-ลาว พระเกจิผู้นำในการสร้างพระธาตุท่าอุเทน และพระธาตุบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ปัจจุบัน สิริอายุ 113 ปี มีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ.2448 ตามคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ ระบุว่า ท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวบ้าน บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ครอบครัวมีพี่น้องร่วมกัน 6 คน เมื่อแรกเกิด แม่ของท่านบอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอ จะได้บวช ส่วนชีวิตในวัยเด็ก เป็นคนที่เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน มีโอกาสเข้ากราบนมัสการหลวงปู่สีทัตถ์ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงขอติดตามไปยัง ภูเขาควายฝั่งลาวและได้บวชเป็นสามเณร คอยรับใช้อุปัฏฐากเล่าเรียนสรรพวิชาต่างๆ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท มีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่รับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่สีทัตถ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามป่าเขา ถ้ำภูผาต่างๆ จนได้ทราบข่าวอาการ ป่วยของมารดา ในขณะนั้นหลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงลาสิกขาออกมาดูแลจนถึงวาระสุดท้าย ในเวลาต่อมา [...]

อาแปะโรงสี

ประวัติ อาแปะโรงสี(อาจารย์โง้วกิมโคย)

"แปะโรงสี" หรือ ท่านอาจารย์โง้วกิมโคย บางทีอาจจะเรียก “เถ้าแก่กิมเคย” และ “แปะกิมเคย” แม้ท่านจะเป็นคนจีนดั้งเดิม แต่ท่านก็ชอบกินหมากพลูเช่นชาวไทยทั่วไปในยุคนั้น หน้าวัดศาลเจ้า ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อครั้งที่ท่านมีชีวิตอยู่ มีผู้ที่ศรัทธาจากแหล่งต่างๆ มาพบท่านและให้ท่านช่วยเหลือ ชี้แนะเกี่ยวกับฮวงจุ้ย ที่ตั้งบริษัท บ้าน ห้างร้าน และดูทำเลที่ตั้งฮวงซุ้ยของบรรพบุรุษ ท่านก็ไปให้คำแนะนำ และชี้แนะทุกรายไป แม้กระทั่งไปยังต่างประเทศ ท่านก็ยังขึ้นเครื่องบินไปตามคำร้องขอ ซึ่งต้องจัดเตรียมหมากพลูไปด้วย ท่านช่วยเหลือบรรดาศิษย์ทุกๆ คน โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ผู้ที่ท่านชี้แนะมักประสบความสำเร็จในธุรกิจ กิจการรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักในวงการค้าทั่วไป พร้อมทั้งบอกเล่าต่อๆ กันไป ผู้ที่เคารพศรัทธาเรียกท่านว่า “อาแปะ” พร้อมทั้งขนานนามท่านว่า “เซียนแปะ” จนกระทั่งทุกวันนี้ อาแปะโรงสี อาจารย์ฆราวาสผู้ได้รับการขนานนามว่า “เซียนแปะโรงสี” เชื่อกันว่าท่านมีองค์ประทับอยู่ซึ่งก็คือเจ้าพ่อปู่ของศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้า โดยในงานประจำปีท่านจะจุดธูปเพื่อปัดเป่าลมฝน ซึ่งฝนก็จะไม่ตกและท้องฟ้าแจ่มใส อาจารย์โง้วกิมโคยท่านมีลูกศิษย์มากมายโดยเฉพาะในหมู่พ่อค้า บรรดาผู้คนจากที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศพากันมาหาท่านเพื่อขอคำชี้แนะเกียวกับฮวงจุ้ยและทำเลที่ตั้ง ซึ่งผู้ที่ท่านชี้แนะจะประสพความสำเร็จ กิจการรุ่งเรื่อง และเป็นที่รู้จักในวงการค้า เล่ากันว่าแม้แต่เจ้าสัวซีพียังห้อยเหรียญของท่านติดตัวตลอดเวลา (เหรียญรุ่นแรกของท่านบริษัทซีพีเป็นผู้สร้างถวาย) ยันต์ฟ้าประทานพรนี้เป็นยันต์ประจำตัวของท่านอาจารย์ กล่าวกันว่าผู้ใดพกพาหรือติดตั้งอยู่ในสถานที่ใดจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง นำพาโชคลาภเงินทอง รวมถึงสามารถใช้แก้ฮวงจุ้ยเสริมดวง นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อทางด้านกันไฟและสิ่งไม่ดีทุกชนิด ความหมายของผ้ายันต์อาแปะโรงสี 1 กา พกพาติดตัวปรับฮวงจุ้ยชีวิต บุกเบิกฟันฝ่า สร้างเนื้อสร้างตัว ก่อรากฐานชีวิต เอาติดที่ประตูบ้าน 2 ข้างแบบกุ้ยนั่ง รับแรงประทะ โดยมีกาใหญ่ ๆ เป็นประธานในบ้าน เช่น 5 6 7 8 9 10 15 18 [...]