ประวัติ  หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี

หลวงปู่สอ

ประวัติ  หลวงปู่สอ ขันติโก วัดโพธิ์ศรี

หลวงปู่สอ

หลวงปู่สอ

 “หลวงปู่สอ ขันติโก” วัดโพธิ์ศรี ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง เป็นศิษย์สืบสายธรรม หลวงปู่สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พระเกจิ อาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มน้ำสองฝั่งโขงไทย-ลาว พระเกจิผู้นำในการสร้างพระธาตุท่าอุเทน และพระธาตุบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

ปัจจุบัน สิริอายุ 113 ปี

มีนามเดิมว่า สอ แก้วดี เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันจันทร์ ปีมะเส็ง พ.ศ.2448 ตามคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ ระบุว่า ท่านเกิดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2448 ปีมะเส็ง ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวบ้าน บ้านบะหว้า หมู่ 10 ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ครอบครัวมีพี่น้องร่วมกัน 6 คน เมื่อแรกเกิด แม่ของท่านบอกว่า บุตรชายมีสายรกพันคอ จะได้บวช ส่วนชีวิตในวัยเด็ก เป็นคนที่เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน มีโอกาสเข้ากราบนมัสการหลวงปู่สีทัตถ์ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงขอติดตามไปยัง ภูเขาควายฝั่งลาวและได้บวชเป็นสามเณร คอยรับใช้อุปัฏฐากเล่าเรียนสรรพวิชาต่างๆ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท มีหลวงปู่สีทัตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่รับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่สีทัตถ์เป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามป่าเขา ถ้ำภูผาต่างๆ จนได้ทราบข่าวอาการ ป่วยของมารดา ในขณะนั้นหลวงปู่มีอายุ 32 ปี พรรษา 12 จึงลาสิกขาออกมาดูแลจนถึงวาระสุดท้าย ในเวลาต่อมา จึงขอเข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง เคร่งครัดในธรรมวินัย วัตรปฏิบัติดี ออกเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามป่าเขาในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ครั้งนั้นข้ามไปยังฝั่งลาว บ้านบุ่ง อยู่จำพรรษา พัฒนาวัดบ้านบุ่งอยู่หลายปี ก่อนออกเดินทางไปพบหลวงปู่สีทัตถ์อีกครั้ง จนกระทั่งมรณภาพ หลังจากนั้น กลับมาที่ฝั่งไทย จำพรรษา ที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบะหว้า ต.รามราช ในขณะนั้น ยังมีครูบาอาจารย์ที่เป็นทั้งสหธรรมิกและศิษย์ผู้พี่หลายท่าน อาทิ หลวงปู่สนธิ์ วัดท่าดอกแก้ว ศิษย์ผู้ใหญ่ในหลวงปู่สีทัตถ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้พี่ของท่าน, หลวงปู่คาร คันธิโย, หลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม ขอศึกษากับท่านอยู่เป็นระยะ

หลวงปู่สอเป็นพระเกจิที่มีอายุยืนรูปหนึ่งในภาคอีสาน ที่ยังดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย แม้อายุจะล่วงมาถึง 113 ปี แต่สายตายัง มองเห็นชัด หูได้ยินเป็นปกติ ฉันภัตตาหารเนื้อปลา ยอดผักสด กล้วยน้ำว้าวันละ 1 ลูก เหงือก-ฟันยังแข็งแรง อยู่ครบเต็มปาก เคล็ดลับที่ท่านมีอายุยืนยาว หลวงปู่สอ เคยบอกเล่าให้ฟังว่า ใช้วิชาปั่นธาตุ ซึ่งหมายถึงการนั่งภาวนาจิตสลับธาตุดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ในร่างกาย เชื่อว่าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บในตัวได้

ด้านการสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่สอ ไม่ได้จัดสร้างบ่อยนัก เน้นคำสอนให้ลูกศิษย์นำไปปฏิบัติมากกว่า แต่จะอนุญาตให้ศิษย์ใกล้ชิดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้วัตถุมงคลของท่านมีจำนวนไม่มากนัก แต่ปรากฏว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *